สารบัญ
Recap: ที่ผ่านมาเรารู้อะไรแล้ว
ก่อนเข้าเรื่องวันนี้ ขอย้อนสั้นๆ ครับ
ใน ตอน 03 เราเล่า flow ของ IS audit ครบวง — ครึ่งหลังของบทนั้น (มุมมอง auditor) วางขั้นตอนการทำงานไว้แบบนี้:
Charter → Audit Universe → Risk Assessment → Annual Plan → เลือกประเภท Audit → Engagement → ดู Control → Evidence → Reportใน ตอน 04 เราเจาะ “เลือกประเภท Audit” ไปแล้ว — รู้ว่ามี 11 ประเภท + CSA + Integrated และวิธีคิดที่ ISACA ใช้แบ่ง
ใน ตอน 05 เราปูพื้น ภาษา Risk + Control — Audit Risk Trinity, Materiality, 3 Methods, 5 Classifications, Risk-Control Link
ตอนนี้ถึงเวลาเอาทั้งหมดมาใช้จริง — วางแผนตรวจอย่างไรให้ resource ที่จำกัดถูกใช้ตรงจุด
ปัญหาที่ Risk-Based Planning ตอบ
ลองนึกภาพคุณเป็น IS auditor และเพิ่งได้รับมอบหมายให้ดูแล IS audit function ของบริษัทใหม่
บริษัทมีระบบ IT 40 ระบบ ทีมของคุณมี 5 คน เวลา 1 ปี
คำถามแรก: ตรวจระบบไหนก่อน?
- ตอบว่า “ตามที่ management ขอ” → ผิด (management อาจเลี่ยงพื้นที่ที่ตัวเองอ่อน)
- ตอบว่า “ตามลำดับหมายเลข” → ผิด (ไม่มี logic)
- ตอบว่า “ที่ auditor คิดว่าน่าสนใจ” → ผิด (ไม่ objective)
คำตอบที่ถูก: ตรวจตาม risk — ใช้ภาษา risk ที่เพิ่งคุยใน ตอน 05 มาจัดอันดับว่าระบบไหน “เสี่ยงสูงสุด”
แต่ “ตรวจตาม risk” ไม่ใช่แค่ประโยคเดียว — มันเป็น กระบวนการที่มี 4 ชั้นซ้อนกัน ที่ ISACA กำหนดให้ทุก IS audit function ต้องทำ
4 Layers ของ IS Audit Planning
แต่ละชั้นตอบคำถามคนละอย่าง — ต้องผ่านชั้นบนก่อนถึงจะลงไปชั้นล่างได้
ชั้นที่ 1: Audit Universe — “มีอะไรในขอบเขต?”
Audit Universe = รายการครบของทุก process / ระบบ / หน่วยงาน / vendor ที่ผูกพันต่อการถูก audit
ไม่ใช่แค่ “ระบบ IT” — แต่รวม business processes ทั้งหมดที่ใช้ IT สนับสนุน เช่น กระบวนการสั่งซื้อ, payroll, จัดการข้อมูลลูกค้า
ที่มาของ Audit Universe: มาจาก Charter ที่ board อนุมัติ (ตอน 02) ขอบเขตที่ Charter กำหนด = ขนาดของ Audit Universe
ถ้าไม่รู้ว่ามีอะไรทั้งหมด — ก็ไม่มีทางรู้ว่า “ตรวจครบ” หรือยัง Audit Universe คือ inventory ของจักรวาลที่ตรวจได้
ชั้นที่ 2: Annual Audit Plan — “ปีนี้ตรวจอะไรบ้าง?”
จาก Audit Universe ทั้งหมด — IS auditor ทำ risk assessment เพื่อจัดลำดับ
Risk factors ที่ใช้พิจารณาว่าถ้า process มีปัญหาจะส่งผลเสียแค่ไหน:
- High — ถ้าเกิดปัญหา ใช้เวลาฟื้นเกิน 6 เดือน
- Medium — ฟื้นใน 3-6 เดือน
- Low — ฟื้นภายใน 3 เดือน
Annual Plan = รายการ processes ที่จัดเป็น High risk — สิ่งที่ต้องตรวจปีนี้เป็นอย่างน้อย
ความจริงที่ซ่อนอยู่: ทรัพยากร audit team มักไม่พอสำหรับ High risk ทั้งหมด เมื่อเกิด resource gap ต้องบันทึกว่า gap มีอยู่ และ residual risk ถูกยอมรับโดย management ระดับที่เหมาะสม — ไม่ใช่แค่ข้ามไปโดยไม่บอกใคร
Annual Plan ต้องผ่านใคร? ทบทวนโดย senior audit management และอนุมัติโดย audit committee (หรือ board ถ้าไม่มี audit committee) และต้องสื่อสารให้ management ที่เกี่ยวข้องรับรู้
Annual Plan ไม่ใช่เอกสาร “ทำแล้วจบ” — ถ้า risk environment เปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ (เพิ่งย้ายไป cloud, มีการเปลี่ยนกฎหมาย) ต้องอัปเดตแผน
ชั้นที่ 3: Individual Audit Assignment — “งานครั้งนี้วางแผนยังไง?”
เมื่อ Annual Plan กำหนดแล้วว่าตรวจอะไร — แต่ละงาน audit ต้องวางแผน เฉพาะของตัวเอง
ISACA กำหนด 10 ขั้นตอน สำหรับการวางแผน IS audit engagement:
- เข้าใจ mission, objectives, processes ขององค์กร รวมถึง availability, integrity, security, privacy ของข้อมูล
- เข้าใจ governance structure ที่เกี่ยวกับ audit objectives
- เข้าใจการเปลี่ยนแปลงใน business/IT environment
- ระบุ policies, standards, guidelines, procedures ที่บังคับใช้
- ทำ risk analysis เพื่อออกแบบ audit plan
- กำหนด audit scope และ objectives ให้ชัด
- พัฒนา audit approach หรือ audit strategy
- จัดสรรทรัพยากรบุคคล
- จัดการ engagement logistics (การเข้าถึง, ตารางเวลา, จุดติดต่อ)
- ระบุวิธีการสำหรับ continuous audit ถ้าจะใช้ CAATs
แต่ละงาน audit ต้องพิจารณา: ผล risk assessment รอบล่าสุด, การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี, regulatory requirements, ตารางเวลาการ implement ระบบ
ชั้นที่ 4: 5-Phase Execution — “ลงมือทำยังไง?”
ชั้นที่ลงมือจริง แบ่งเป็น 5 phases (จะเจาะลึกใน Part B):
- Planning — กำหนด subject, objectives, scope, risk assessment
- Fieldwork — เก็บข้อมูล ทดสอบ controls
- Documentation — บันทึกทุกอย่างใน work papers
- Reporting — ร่าง ทบทวน ออก audit report
- Follow-up — ติดตาม corrective actions
แต่ละ phase มีกิจกรรมและสิ่งที่ต้องส่งมอบเฉพาะของมัน
Risk Assessment Techniques: ให้ Score กับ Risk ยังไง?
ในชั้นที่ 2 (Annual Plan) เราบอกว่า “ใช้ risk เป็นตัวจัดลำดับ” — แต่จะให้คะแนน risk ยังไง?
ISACA กำหนด 2 แนวทางหลัก:
Approach 1: Scoring System (เชิงปริมาณ)
ให้ค่าตัวเลขกับ risk factors ต่างๆ → คำนวณ overall risk score
Risk factors ที่ใช้ประเมินอาจรวม:
- ความซับซ้อนทางเทคนิคของระบบ/process
- ระดับของ existing control procedures
- ระดับของ financial loss/ผลกระทบถ้าเกิดปัญหา
ตัวแปรเหล่านี้อาจถ่วงน้ำหนักต่างกัน (เช่น financial impact สำคัญกว่าความซับซ้อนทางเทคนิค 2 เท่า) ขึ้นกับ risk appetite ขององค์กร ผล risk scores จากทุก process ถูกนำมาเปรียบเทียบเพื่อจัดลำดับ
ข้อดี: อธิบายได้ — ถ้าถูกถาม “ทำไมไม่ตรวจระบบ X ปีนี้?” คำตอบที่มีตัวเลขรองรับน่าเชื่อถือกว่า “เพราะคิดว่า risk ไม่สูง”
Approach 2: Subjective Assessment (เชิงคุณภาพ)
ใช้ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจ + วิจารณญาณ + ประสบการณ์แทนตัวเลข
แหล่งข้อมูลที่ป้อนเข้า:
- ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจที่ audit team มีต่อองค์กร
- คำสั่งจาก executive management ว่ากังวลอะไรเป็นพิเศษ
- มุมมองทางประวัติศาสตร์ — อะไรที่เคยเป็นปัญหา
- เป้าหมายธุรกิจปัจจุบัน
- ปัจจัยแวดล้อมที่เปลี่ยน (กฎหมาย, ตลาด)
ทั้งสองแนวทางใช้ร่วมกันได้ และในทางปฏิบัติมักทำแบบนั้น — scoring system เป็นฐาน + ปรับด้วย subjective judgment
ใครเป็นคนทำ Risk Assessment?
จาก ตอน 05 เราคุยไปแล้วว่า — management เป็นคนทำ risk assessment ไม่ใช่ IS auditor
IS auditor:
- ช่วย management ในกระบวนการ risk assessment ได้
- ประเมินคุณภาพ ว่า risk assessment ที่ management ทำนั้น เหมาะสม ทันเวลา ครอบคลุมหรือเปล่า
CISA exam ชอบทดสอบเรื่องนี้: คำถามว่า “ใครเป็นเจ้าของ risk assessment?” → คำตอบ = management (ไม่ใช่ IS auditor)
Short-Term vs Long-Term Planning
ISACA เน้นว่า planning ต้องมีทั้ง 2 ระยะ:
Short-term planning = audit issues ที่จัดการในปีนี้ — มาจาก risk assessment ปัจจุบัน, findings จาก audits ก่อนหน้า, การเปลี่ยนกฎหมายที่เพิ่งเกิด
Long-term planning = audit issues จาก IT strategy ระยะยาว — เช่น ถ้าบริษัทวางแผนย้ายไป cloud ใน 3 ปี, audit function ต้องเตรียมขีดความสามารถสำหรับ cloud environment ล่วงหน้า
ทั้งสองต้องทบทวนอย่างน้อยปีละครั้ง + อัปเดตถ้า risk environment เปลี่ยน
ทำไม Audit Planning ใช้เวลา?
หลายองค์กรรู้สึกว่า IS audit ใช้เวลา “เตรียมตัว” นานเกินไป
แต่ถ้าเข้าใจ 4-layer planning hierarchy แล้ว จะเห็นว่า:
ถ้า IS auditor ข้ามขั้น planning → Audit Universe อาจไม่ครบ, Annual Plan อาจตรวจผิดบริเวณ, Individual assignment อาจกำหนด scope ผิด → audit report ที่ไม่จัดการ risk จริง
ถ้า planning ทำได้ดี → ทรัพยากรถูกใช้ตรงจุด, ทุก finding มีบริบทว่าทำไม material, management รู้สึกว่า audit เพิ่มคุณค่าจริง
IS audit ที่ดีต้องอาศัยเวลา planning พอๆ กับ fieldwork — นั่นไม่ใช่ข้อเสีย แต่เป็นสัญญาณว่า audit function ทำงานอย่างมืออาชีพ
Cross-Domain Reference
แนวคิด planning ที่เรียนที่นี่จะกลับมาเจอใน Part B และ Domain อื่นด้วย:
- Domain 4 (Operations) → Business Impact Analysis เป็นการนำ risk-based thinking ไปใช้กับ business continuity
- Part B ของ Domain 1 → 5-Phase Execution ที่เกริ่นไว้ในชั้น 4 จะเจาะลึก
อ้างอิง CRM (CISA Review Manual 28th Edition): Domain 1: Section 1.3 Risk-Based Audit Planning